กระบวนการผลิตปลากระป๋อง (Canned Fish Production Process)
กระบวนการผลิตปลากระป๋อง รู้หรือไม่ว่า? กว่าจะมาเป็นปลากระป๋องหนึ่งกระป๋องให้เราได้ทานกันนั้น ต้องผ่านขั้นตอนการคัดเลือกและปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันมากกว่าสิบขั้นตอน! ไม่ใช่แค่การนำปลามาใส่ซอสแล้วปิดฝา แต่หัวใจสำคัญคือ ‘วิทยาศาสตร์การอาหาร’ ที่ทำให้ปลากระป๋องเป็นเมนูคู่บ้านที่ทั้งอร่อยและเก็บได้นาน เรามาไล่เรียงดูเส้นทางของปลาจากท้องทะเลสู่กระป๋องในมือคุณไปพร้อมๆ กัน
1. การรับวัตถุดิบและการคัดเลือก (Raw Material Receiving)
-
การคัดเลือกปลา: ส่วนใหญ่ใช้ปลาตระกูลปลาแมคเคอเรล (Mackerel) หรือปลาซาร์ดีน (Sardine)
-
การตรวจสอบความสด: ตรวจสอบลักษณะทางกายภาพ (ตาใส เหงือกแดง เนื้อแน่น) และการตรวจวัดระดับฮีสตามีน (Histamine) เพื่อความปลอดภัย
-
การเก็บรักษา: หากยังไม่เข้าไลน์ผลิตทันที จะต้องแช่แข็งไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส
2. การเตรียมปลา (Preparation)
-
การละลายปลา (Thawing): ในกรณีที่เป็นปลาแช่แข็ง จะนำมาละลายด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือความเข้มข้นต่ำ
-
การตัดแต่ง (Cutting & Gutting): ตัดหัว ตัดหาง และควักไส้ออก (อาจใช้เครื่องจักรหรือแรงงานคน)
-
การล้างทำความสะอาด: ล้างเลือดและสิ่งสกปรกในช่องท้องปลาด้วยน้ำเย็นจัด เพื่อลดการปนเปื้อน
3. การบรรจุลงกระป๋อง (Filling)
-
การจัดเรียง: นำปลาที่สะอาดแล้วมาจัดเรียงลงในกระป๋อง (กระป๋องต้องผ่านการล้างฆ่าเชื้อก่อน)
-
การคุมน้ำหนัก (Weight Control): ต้องมีการชั่งน้ำหนักเนื้อปลาให้ได้ตามมาตรฐานที่ระบุไว้ข้างกระป๋อง
4. การนึ่งสุกเบื้องต้น (Pre-cooking)
-
นำกระป๋องที่บรรจุปลาเข้าไปนึ่งในไอน้ำ (ประมาณ 90-100 องศาเซลเซียส)
-
วัตถุประสงค์: เพื่อรีดน้ำพลาสม่าและไขมันส่วนเกินออกจากตัวปลา ช่วยลดกลิ่นคาว และทำให้เนื้อปลาไม่เละเมื่ออยู่ในน้ำซอส
-
การรีดน้ำออก (Draining): หลังนึ่งเสร็จจะทำการคว่ำกระป๋องเพื่อเทน้ำที่ออกมาจากตัวปลาทิ้งไป
5. การเติมส่วนผสม (Sauce Filling / Brining)
-
เติมน้ำซอสมะเขือเทศ, น้ำมันพืช หรือน้ำเกลือ ตามสูตร
-
ความร้อนของซอส: ซอสต้องมีความร้อน (ประมาณ 80 องศาเซลเซียสขึ้นไป) เพื่อช่วยไล่อากาศออกจากกระป๋อง
6. การไล่อากาศและการปิดฝา (Exhausting & Seaming)
-
การไล่อากาศ: ใช้ระบบไอน้ำหรือเครื่องสูบสุญญากาศ เพื่อไม่ให้เหลืออากาศในกระป๋อง ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ใช้อากาศและป้องกันการเกิดสนิมภายใน
-
การปิดฝา (Double Seaming): เครื่องจักรจะทำการรีดขอบฝากระป๋องและตัวกระป๋องเข้าด้วยกัน 2 ชั้นจนแน่นหนาถาวร (เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากต่อความปลอดภัย)
7. การล้างกระป๋อง (Can Washing)
-
ล้างคราบซอสหรือคราบไขมันที่ติดอยู่ภายนอกกระป๋องออกก่อนนำไปฆ่าเชื้อ
8. การฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง (Sterilization / Retorting)
-
นำกระป๋องใส่ในหม้อฆ่าเชื้อแรงดันสูง (Retort)
-
อุณหภูมิและเวลา: ใช้อุณหภูมิประมาณ 116 – 121 องศาเซลเซียส ภายใต้แรงดัน เป็นเวลาที่คำนวณมาแล้วว่าสามารถทำลายเชื้อ Clostridium botulinum และสปอร์ของแบคทีเรียได้ทั้งหมด
-
ขั้นตอนนี้เองที่ทำให้ปลากระป๋องอยู่ได้นาน 2-3 ปี โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด
9. การทำให้เย็น (Cooling)
-
หลังฆ่าเชื้อเสร็จ ต้องรีบฉีดน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิกระป๋องลงมาที่ประมาณ 35-40 องศาเซลเซียสทันที เพื่อไม่ให้ความร้อนสะสมทำให้เนื้อปลาเละเกินไป และเพื่อให้กระป๋องแห้งเร็วป้องกันสนิม
10. การตรวจสอบและบ่ม (Incubation & Inspection)
-
การบ่ม (Incubation): เก็บตัวอย่างสินค้าไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 7-14 วัน เพื่อดูว่ามีกระป๋องไหนบวมหรือผิดปกติหรือไม่
-
การตรวจสอบคุณภาพ (QC): สุ่มเปิดตรวจเนื้อปลา, ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และความสมบูรณ์ของรอยตะเข็บฝา (Seam Inspection)
11. การติดฉลากและบรรจุหีบห่อ (Labeling & Packaging)
-
เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงจะนำไปติดฉลาก พิมพ์วันหมดอายุลงบนฝา และบรรจุลงลังพร้อมจำหน่าย
อุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตปลากระป๋อง
อ้างอิง : , Food Wiki (ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหาร), Burkert Thailand

