การซักผ้าในโรงพยายาล (Hospital Laundry Management)
การซักผ้าในโรงพยายาล เมื่อเราก้าวเข้าไปในโรงพยาบาล สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้คือความสะอาด โดยเฉพาะ “ผ้า” ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูเตียง เสื้อคลุมคนไข้ หรือผ้าขวางเตียง แต่ทราบหรือไม่ว่าเบื้องหลังความขาวสะอาดเหล่านั้น มีกระบวนการจัดการที่เข้มงวดกว่าการซักผ้าทั่วไปหลายเท่า เพื่อเปลี่ยนจาก “ผ้าปนเปื้อนเชื้อโรค” ให้กลับมาเป็น “ผ้าที่ปลอดภัย” ต่อผู้ป่วยรายต่อไป
1. การคัดแยก ณ จุดกำเนิด (Sorting at Source)
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ “หน้างาน” เจ้าหน้าที่พยาบาลหรือผู้ช่วยจะทำการคัดแยกผ้าทันทีหลังใช้งาน โดยยึดหลัก Standard Precautions:
-
ผ้าทั่วไป (Non-Infectious): ผ้าที่ไม่มีรอยเปื้อนเลือดหรือสารคัดหลั่ง ใส่ถุงสีขาวหรือสีเขียว
-
ผ้าติดเชื้อ (Infectious): ผ้าที่ปนเปื้อนเลือด สารคัดหลั่ง หรือมาจากห้องแยกโรค จะต้องใส่ถุงแดงและปิดปากถุงให้สนิททันที
-
ข้อควรระวัง: ห้ามสะบัดผ้าเด็ดขาด! เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคกระจายไปในอากาศ
2. การขนส่งเชิงรุก (Safe Transport)
ผ้าที่รวบรวมได้จะถูกเคลื่อนย้ายด้วยรถเข็นที่มีฝาปิดมิดชิด โดยกฎเหล็กคือ “ทางใครทางมัน” รถที่ใช้ขนผ้าสกปรกจะต้องไม่นำมาปนกับรถผ้าสะอาด และต้องมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อตัวรถเข็นทุกครั้งหลังใช้งาน
3. การเข้าสู่กระบวนการซักฆ่าเชื้อ (Disinfection & Washing)
เมื่อผ้ามาถึงหน่วยซักฟอก จะเข้าสู่โซนที่เรียกว่า “Dirty Zone” ซึ่งแยกออกจากโซนอื่นชัดเจน:
-
การชั่งน้ำหนัก: เพื่อคำนวณปริมาณสารเคมีและน้ำให้แม่นยำ
-
การซักด้วยความร้อน (Thermal Disinfection): หัวใจสำคัญคือการซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 70-80 องศา เป็นเวลาอย่างน้อย 10-15 นาที ซึ่งเพียงพอต่อการทำลายเชื้อแบคทีเรียและไวรัสส่วนใหญ่
-
สารเคมีเฉพาะทาง: มีการใช้สารฟอกขาว (Bleaching agents) และน้ำยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในระดับอุตสาหกรรม
4. การทำให้แห้งและรีดด้วยความร้อนสูง (Drying & Finishing)
หลังซักเสร็จ ผ้าจะถูกส่งผ่านช่องกำแพง (Pass-through) เข้าสู่ “Clean Zone”:
-
เครื่องอบแห้ง: ใช้ความร้อนสูงเพื่อกำจัดความชื้นให้เหลือ 0% เพราะความชื้นคือแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรค
-
เครื่องรีดอุตสาหกรรม (Flatwork Ironer): ผ้าจะถูกรีดผ่านลูกกลิ้งร้อนจัด ทำให้ผ้าเรียบกริบและเป็นการฆ่าเชื้อซ้ำเป็นขั้นตอนสุดท้าย
5. การตรวจสอบและพับ (Inspection & Folding)
ในขั้นตอนนี้ เจ้าหน้าที่จะสวมชุดที่สะอาด (PPE สำหรับโซนสะอาด) เพื่อตรวจสอบผ้าทีละชิ้น:
-
ผ้าที่มีรอยฉีกขาดหรือคราบฝังแน่นจะถูกคัดออก
-
การพับต้องทำด้วยมือหรือเครื่องที่สะอาด เพื่อรอการแพ็กบรรจุ
6. การจัดเก็บและการจ่ายผ้า (Storage & Distribution)
ผ้าที่สะอาดแล้วจะถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกหรือเก็บในตู้ที่มิดชิด เพื่อป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคระหว่างรอใช้งาน โดยยึดหลัก FIFO (First-In, First-Out) ผ้าที่ซักก่อนต้องถูกนำไปใช้ก่อนเสมอ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการซักผ้าในโรงพยาบาล
Essential Equipment for Hospital Laundry Departments
อ้างอิง: World Health Organization (WHO), Centers for Disease Control and Prevention (CDC),USA, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (หน่วยป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ), กระทรวงสาธารณสุข (HSS), Burkert, เบอร์เคิท (ประเทศไทย)

